ราฟาเอล วาราน : ปราการหลังดีกรีแชมป์โลก ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ราฟาเอล วาราน เกิดเมื่อวันที่ 25 เมษายน 1993 ที่ลีล ประเทศฝรั่งเศส ในวัยเด็กของเขาเริ่มต้นจากการเล่นรักบี้ ซึ่งมันก็เป็นกีฬาที่เขาไม่ได้มีความชื่นชอบ หลังจากนั้นเขาก็มาเล่นฟุตบอลและหลังจากนั้น วาราน ก็ไม่เคยหยุดเล่นฟุตบอลอีกด้วย เขารักและหลงใหลในกีฬาฟุตบอลแบบจริงจัง และความใฝ่ฝันเพียงสิ่งเดียวของเขาคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

วาราน เริ่มเดินทางเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอล จากการผลักดันของผู้เป็นพ่อ จนในปี 2000 เมื่อเขามีอายุได้ 7 ขวบ เขาก็ได้เข้าร่วมในอคาเดมี่ของสโมสร AS Hellemmes ซึ่งเป็นทีมฟุตบอลในหมู่บ้านของเขา และหลังจากนั้นอีก 2 ปี เขาก็เข้าไปยังทีมเยาวชนของสโมสรล็องส์ ซึ่งตลอดเวลาที่เขาเริ่มเข้าทำการฝึกฝนการเล่นนักฟุตบอลนั้น เขาก็มีพ่อของเขาคอยช่วยเหลือ และคอยสอนวิธีฟุตบอลเสริมควบคู่กันไป วารานเป็นเด็กที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อพัฒนาฝีเท้าของตัวเองเป็นอย่างมาก

ในปี 2010 วารานในวัย 17 ปี ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นฉบับแรกกับ ล็องส์ เขาก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสร และทันทีก็เขาขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ เขาก็ได้รับโอกาสในการลงสนามในทันที ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และเซ็นเตอร์แบ็ก วารานมีจุดเด่นที่ความสูงใหญ่ อ่านเกมเฉียบขาดในเกมรับ และสามารถเข้าช่วยเติมในเกมรุกได้ดี นอกจากนี้เขายังสามารถเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างแข็งแกร่ง เขาลงเล่นให้กับล็องส์ ได้เพียง 23 เกมเท่านั้น และยังสามารถทำประตูได้อีก 2 ประตู ก็ได้รับความสนใจจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ต้องการเขาเข้าไปร่วมทีม และวาราน ก็ต้องการที่จะย้ายทีมเช่นกัน แต่แล้วดีลนั้นก็ไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก ซีนาดีน ซีดาน ได้เข้ามาเจรจาเพื่อดึงตัวเขาไปร่วมทีมกับ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ในลาลิกา สเปน

ในปี 2011 วาราน ย้ายไปร่วมทีมกับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร และทำสัญญาระยะถึง 6 ปี  ถึงแม้ในช่วงแรกของการเข้าไปร่วมทีม วารานในวัย 18 ปี จะไม่ค่อยได้รับโอกาสในการลงสนามมากนัก โดยในฤดูกาล 2011-2012 เขามีโอกาสลงสนามไปเพียง 9 นัดเท่านั้น แต่เขาก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานของเขาอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเองกับต้นสังกัดใหม่ ทำให้ฝีเท้าของเขาพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด วาราน สามารถทำประตูแรกให้กับเรอัล มาดริด ได้ในเกมที่พบกับทีมราโย่ บาเยกาโน่ ทำสามารถเอาชนะได้ถึง 6-2 และเขากลายเป็นนักเตะที่มีอายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูให้กับทีม ในวัย 18 ปี 152 วัน และในฤดูกาลนั้น เรอัล มาดริด ก็สามารถคว้าแชมป์มาได้สำเร็จ และจากความพยายามของเขา ก็ทำให้สามารถก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกของทีมตัวจริงได้สำเร็จ

ในฤดูกาล 2012-2013 วาราน ในวัย 20 ปี สามารถชนะใจเพื่อนร่วมทีมรุ่นพี่ และผู้จัดการทีม แล้วก้าวขึ้นมาเป็นตัวจริงอย่างถาวรได้สำเร็จ วารานเป็นกองหลังที่สามารถเล่นในทุกรูปแบบ และเขาสามารถกลับตัวได้เร็วเมื่อเกิดความผิดพลาด

ในฤดูกาล 2013-2014 วาราน ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการลงสนามของเรอัล มาดริด รองลงมาจาก เซอร์ดิโอ รามอส และ เปเป้ โดยในฤดูกาลนี้เขายังเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2013-2014 ได้สำเร็จ และจบฤดูกาล วาราน มีโอกาสลงสนามไปทั้งหมด 23 นัดรวมทุกรายการ

ในฤดูกาล 2014-2015 วาราน ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะที่เรอัล มาดริด ขาดไม่ได้ และทางต้นสังกัดได้ตัดสินใจต่อสัญญากับเขาไปจนถึงปี 2020 และจากการที่ วาราน ได้มีโอกาสในการเล่นในทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะระดับโลก ทำให้เขาสามารถพัฒนาฝีเท้าของตัวเองตามรุ่นพี่ภายในทีมได้อย่างรวดเร็ว และทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับโลกได้ในที่สุด วาราน กลายเป็นนักเตะที่ทีมคู่แข่งจะต้องคอยระมัดระวัง ในลูกกลางอากาศ และมันทำให้เป็นโอกาสของ เซอร์คิโอ รามอส คู่หูของเขา ได้รับอิสระในการทำประตูมากขึ้น แต่หากคู่แข่งหันมาประกบ เซอร์คิโอ รามอส ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ วาราน มีโอกาสทำประตูได้เช่นกัน เรียกได้ว่า สร้างความปวดหัวให้กับทีมคู่แข่งอยู่ไม่น้อย

ตลอดระยะเวลาที่เขาได้ค้าแข้งกับเรอัล มาดริด เขาเป็นส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ได้อย่างมากมาย  ไม่ว่าจะเป็น ลาลิกา ปี 2011-2012,2016-2017และ 2019-2020 ,โกปาเดลเรย์ ปี 2013-2014 ,ซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา ปี 2012,2017,2019-2020 ,ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ปี 2013-2014,2015-2016,2016-2017 และ 2017-2018 ,ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2014,2016 และ 2017 ,ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก ปี 2014,2016,2017 และ 2018

ในปี 2021 ภายหลังจากการออกจากทีมของ ซีนาดีน ซีดาน ผู้จัดการทีม ทำให้ วาราน กลับมาคิดทบทวนเรื่องการย้ายทีมอีกครั้ง จนในที่สุด เขาก็ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 41 ล้านปอนด์ และเซ็นสัญญายาวถึง 5 ปี ในวัย 28 ปี วาราน เข้ามาเป็นคู่หูของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และกลายมาเป็นผู้เล่นตัวหลักให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่จนถึงตอนนี้

สำหรับผลงานในทีมชาติ เขาถูกเรียกเข้ามารับใช้ทีมชาติฝรั่งเศสในปี 2010 ในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และในปี 2012 เขาขึ้นมาเล่นในชุดอายุไม่เกิน 20 ปี และ 21 ปี และในปี 2013 เขาก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของฝรั่งเศส และเขาเป็นนักเตะที่มีส่วนในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ในปี 2018 นอกจากนี้เขายังเคยได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมในปี 2014 อีกด้วย