ทาคุมิ มินามิโนะ นักเตะชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุกของลิเวอร์พูล เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 1995 ที่เมืองอิซิมิซาโนะ ประเทศญี่ปุ่น เขาได้รับการฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลจากพ่อของเขา โดยพ่อของเขาให้การสนับสนุนลูกชายของตัวเองเป็นอย่างมาก และคอยเป็นคนวางแผนและจัดตารางการฝึกซ้อมให้กับ มินามิโนะ และคอยให้คำแนะนำเขาในทุกเรื่อง ซึ่งทำให้ มินามิโนะ มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นอย่างมาก

ในเริ่มแรกช่วงมัธยมเข้าเล่นอยู่ในทีมเยาวชนของโรงเรียนเช่นเดียวกับนักฟุตบอลส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น และทีมแรกที่เขาอยู่คือ โคคุโกคุ

เขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลโดยเข้าร่วมในทีมเยาวชนของเซเรซโซ โอซากะ ในปี 2007 ตอนที่เขามีอายุ 12 ปี โดยเขาได้รับคำเชิญให้ไปทดสอบฝีเท้าเพื่อเข้าไปเล่นในทีมเยาวชนในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีของสโมสร  มินามิโนะ เป็นเด็กที่มีพัฒนาการในการเล่นฟุตบอลที่ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีความขยัน ตั้งใจในการฝึกซ้อมเป็นอย่างมาก ในระหว่างที่เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนของเซเรซโซ โอซากะ เขาได้มีโอกาสฝึกซ้อมร่วมกับ ชินจิ คางาวะ นักเตะในทีมชุดใหญ่อีกด้วย

ในเดือนสิงหาคม 2009 มินามิโนะ ในวัย 14 ปี ได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันรายการฟุตบอลสโมสรเยาวชนญี่ปุ่นรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี เขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ และเป็นส่วนสำคัญพาทีมจบอยู่ที่อันดับ 8 และเขากลายเป็นนักเตะที่สามารถทำประตูได้สูงสุดในรายการนั้น ด้วยการทำประตูไปทั้งหมด 8 ประตู

ในปี 2010 เขาสามารถพาทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปี คว้าแชมป์ปรินซ์ลีกคันไซ ได้สำเร็จ  โดยเขาสามารถทำแฮตทริกได้ในเกมที่เขาชนะโรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนครโคเบะ ด้วยสกอร์ 5–0 และในปีต่อมา มินามิโนะ ได้ขึ้นมาเล่นในทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีของสโมสร เขาสามารถพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในรายการเจยูธคัพ และเขาเป็นนักเตะที่ทำประตูได้สูงสุดในรายการด้วยประตูรวม 13 ประตู

ในปี 2012 มินามิโนะ ก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของ เซเรซโซ โอซากะ ในวัย 17 ปีเท่านั้น ในเดือนพฤศจิกายน 2012 เขาได้รับโอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก ในนัดที่พบกับ โอมิยะ อาร์ดิจา โดยใรเกมนั้นเขาลงเป็นตัวสำรอง และเขามีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่พบกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล ต่อมาในเดือนธันวาคม 2012 มินามิโนะ สามารถทำประตูแรกให้กับต้นสังกัดได้ในเกมที่เอาชนะ ชิมิซุ เอส-พัลส์ ด้วยสกอร์ 4-0 ในรายการฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระจักรพรรดิ โดยในฤดูกาลนั้นเขาลงสนามไปทั้งหมด 5 นัด และสามารถทำได้ 1 ประตู

ในปี 2013 มินามิโนะ ก้าวขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ของเต็มตัว โดยสวมเสื้อหมายเลข 13 ในการลงสนาม เขาเป็นนักเตะจากทีมเยาวชนคนแรกของเซเรซโซ โอซากะ ที่ได้ลงสนามในเกมนัดเปิดฤดูกาล และหลังจากนั้น มินามิโนะ ก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพเป็นฉบับแรกในชีวิต และในฤดูกาลนั้น มินามิโนะ สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขากลายเป็นนักเตะดาวรุ่งที่โดดเด่นเป็นอย่างมาก ในเดือนกรกฎาคม 2013 เขาสามารถทำประตูแรกในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของเขาในเกมที่พบกับ จูบิโล อิวาตะ ในศึกเจลีก ดิวิชั่น 1 และทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตูให้กับสโมสรได้  และหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน ในเกมนัดกระชับมิตรที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มินามิโนะ สามารถยิงประตูด้วยลูกยิงไกลจากระยะ 20 หลา ซึ่งหลังจากเกมนั้นเขาก็ได้รับคำชมจาก เดวิด มอยส์ กุนซือของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในตอนนั้น ในเดือนสิงหาคม เขาได้รับบาดเจ็บระหว่างลงสนามในเกมที่พบกับชิมิซุ เอส-พัลส์ ทำให้เขาต้องพักรักษาตัวอยู่ระยะหนึ่ง และหลังจากที่เขากลับมาลงสนามอีกครั้ง มินามิโนะ ก็ยังเป็นส่วนสำคัญในการพาทีมสร้างผลงานได้ดี และจบฤดูกาลนั้น เขาได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของเจลีก ด้วยการลงสนามไปทั้งหมด 38 นัด และทำไป 8 ประตู โดยในปีนั้นเขาได้รับการขยายสัญญาของต้นสังกัดออกไปอีกด้วย

ในฤดูกาล 2014 เขายังคงเป็นตัวหลักของทีมอยู่ และเขาก็ต้องพบกับปัญหา โดยในฤดูกาลนี้เขาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามถึง 2 เกม และเขาได้ออกมาขอโทษผ่านทางทวิตเตอร์ถึงการกระทำของเขา และหลังจากนั้นในเกมที่พบกับ เวนต์ฟอเร็ตโกฟุ เขาถูกพูดถึงเรื่องการเล่นของเขาที่ลงมาเล่นในเกมรับ เนื่องจากตำแหน่งที่แท้จริงของเขาคือ ปีกซ้าย ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาออกมาขอโทษผ่านทางทวิตเตอร์อีกครั้ง ซึ่งในฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ไม่ดีนักของเขา โดยจบฤดูกาลเขาทำไป 8 ประตูจากการลงสนาม 42 นัด

ในฤดูกาล 2015 เขาได้ย้ายไปเล่นให้กับทีมเร้ดบูลซัลซ์บวร์ก ด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น และเขาก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับทีมใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และมีพัฒนาการให้การเล่นที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เขาได้รับโอกาสในการลงสนามให้กับทีมอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ในช่วงนั้นเขาจะมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังคงรักษาผลงานของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ เขาเล่นให้กับทีมเร้ดบูลซัลซ์บวร์ก อยู่เป็นเวลา 5 ฤดูกาล เขาลงสนามไปทั้งหมด 29 เกม และทำประตูไปถึง 41 ประตู

ในปี 2019 เขาได้รับความสนใจจากทีมดังในพรีเมียร์ลีก นั้นก็คือ ลิเวอร์พูล และในเดือนมกราคม 2020 เขาก็ย้ายไปเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 7.25 ล้านปอนด์ หลังจากย้ายมาร่วมทีมไม่นาน เขาก็มีโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรกในเกมที่พบกับเอฟเวอร์ตัน โดยในฤดูกาลนั้นเขามีส่วนช่วยให้ทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีได้อย่างยิ่งใหญ่

ในเดือนสิงหาคม 2020 เขาสามารถทำประตูแรกให้กับลิเวอร์พูลในเกมที่พบกับอาร์เซนอล ในรายการเอฟเอคอมมิวนิตีชีลด์ 2020

ในปี 2021 เขาย้ายไปเล่นให้กับทีมเซาแธมป์ตัน ด้วยสัญญายืมตัว และเขาก็สามารถทำประตูแรกให้กับเซาแธมป์ตันได้ในเกมที่พบกับนิวคลาสเซิล ในพรีเมียร์ลีก โดยเขาลงสนามให้กับเซาแธมป์ตันไป 10 นัด และทำไป 2 ประตู

ในฤดูกาล 2021-2022 เขากลับมายังลิเวอร์พูลอีกครั้ง เขายังเป็นอาวุธลับสำคัญของลิเวอร์พูลในยามคับขันได้อยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่ มินามิโนะ จะลงสนามไปเป็นตัวสำรอง แต่ก็สามารถช่วยพลิกเกมของลิเวอร์พูลได้อยู่เสมอ

ผลงานในทีมชาติ เขาเริ่มเล่นให้กับทีมชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ในรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี,20 ปี และ 23 ปี ตามลำดับ และในปี 2015 เขามีชื่อในทีมชาติชุดใหญ่ของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก