การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ อังกฤษ ในวันเสาร์ที่ 2 เมษายน 2565 “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์พบ “ผึ้งพิฆาต” เบรนท์ฟอร์ด

ในขณะนี้ เชลซี อยู่ในอันดับ 3 ของตารางคะแนน มีคะแนนรวม 59 คะแนน จากการลงสนาม 28 นัด โดยเกมใน 5 นัดหลังสุดในลีกทำผลงานได้ยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะมาได้ทั้ง 5 นัด เกมล่าสุดในลีกเอาชนะ นิวคลาสเซิล มา 1-0 นอกจากนี้ยังทำผลงานอันยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้ารอบในเกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอฟเอ คัพ อีกด้วย ถึงแม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์ภายในทีมของเชลซี ก็ประสมกับปัญหาต่างๆ มากมาย แต่พวกเขาก็ยังทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้

ส่วนทางด้าน เบรนท์ฟอร์ด ตอนนี้พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 15 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก โดยมีคะแนนรวม 30 คะแนน ซึ่งห่างจากโซนตกชั้นอยู่แค่ 8 คะแนน จากการลงสนามไปแล้ว 30 นัด ซึ่งในช่วงต้นฤดูกาลนี้ เบรนท์ฟอร์ด ทำผลงานอันยอดเยี่ยม จนเริ่มอ่อนลงในช่วงกลางของฤดูกาล โดยสถิติ 5 นัดหลังสุดในลีก พวกเขา ชนะ 2 นัด แพ้ 3 นัด โดยนัดล่าสุด แพ้ให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 2-1

สถิติการเล่นในบ้านของเชลซี ใน 5 นัดล่าสุด ชนะ 4 แพ้1 โดยการเล่นในบ้าน 13 นัด ชนะ 7 เสมอ 5 แพ้ 1 ทำประตูได้ทั้งหมด 28 ประตู เสีย 10 ประตู ส่วนสถิติการเล่นในเกมเยือนของ เบรนท์ฟอร์ด เรียกได้ว่าย่ำแย่เอามากๆ โดย 5 นัดหลังสุด ชนะ 1 แพ้ 4 โดยสถิติการเล่นเป็นทีมเยือน 15 นัด ชนะ 3 เสมอ 4 แพ้ถึง 8 นัด ทำประตูได้ทั้งหมด 17 ประตู เสีย 28 ประตู

สถิติการพบกันของทั้งสองทีมใน5 นัดหลังสุดของทุกรายการ เป็นทางฝั่งของเชลซีที่ชนะไป 4 นัด และเสมอกัน 1 นัด ซึ่งการพบกันล่าสุดของทั้งสองทีม เบรนท์ฟอร์ด ไม่สามารถเอาชนะ เชลซี ได้เลย โดย4 นัดล่าสุด เชลซีเป็นฝ่ายชนะมาได้ทั้งหมด โดยนัดล่าสุด เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เชลซี เอาชนะไปได้ 2-0 ในศึกฟุตบอลลีกคัพ

ส่วนทางด้านสภาพความพร้อมของทั้งสองทีม

เชลซี ในเกมนัดนี้เรียกว่านักเตะตัวจริงมีความพร้อมในการลงสนามเป็นอย่างมาก ส่วนนักเตะที่ยังได้รับบาดเจ็บและยังไม่พร้อมที่จะลงสนามคือ เบน ซิลเวลล์ ที่บาดเจ็บเอ็นหัวเข่ายังต้องพักรักษาตัว แต่ในเกมนี้คาดว่า เชลซี จะได้ เกปา อาร์ริซาบาลาก้า , ซาอูล ชีเกล ,อันเดรียส คริสเตนเซ่น,คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย และ รีซ เจมส์ กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง แต่อาจจะต้องรอทดสอบความพร้อมก่อนลงสนาม ส่วนทางด้าน คริสเตียน พูลิซิช ที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจลงสนามให้กับทีมชาติ อาจจะยังไม่พร้อมที่จะลงสนามเป็นตัวจริงตั้งแต่ในช่วงแรก

ส่วนทางด้านทีมเยือน เบรนท์ฟอร์ด ในเกมนี้ เขาจะได้ จอช เดซิลวา กลับมาลงสนามหลังจากโดนโทษแบน แต่พวกเขาจะไม่มี ฌูเลียง ฌ็องวิเย่ร์ ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 ส่วนทางด้าน คริสเตียน อีริคเซ่น ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงก่อนพักเบรก ก็คาดว่าในเกมนี้ยังได้ลงสนามเป็นตัวจริง โดยในเกมนัดนี้คาดว่า โธมัส แฟรงค์ ยังคงเลือกใช้ระบบ 4-5-1 เช่นเดียวกับในเกมที่แพ้ต่อเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมก่อนพักเบรก

รายชื่อ 11 นักเตะ ที่คาดการณ์ว่าจะลงสนาม

เชลซี ในเกมนัดนี้ โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีม น่าจะวางแผนมาในระบบ 4-3-3 เช่นเดิม โดยมี ผู้รักษาประตู – เอดวร์ด เมนดี้ กองหลัง-  เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า,ติอาโก้ ซิลวา,อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ มาลัง ซาร์ กองกลาง- เอ็นโกโล่ ก็องเต้,จอร์จินโญ่ และ เมสัน เมาท์ ส่วนสามประสานในแนวรุก เป็น ฮาคิม ซีเย็ค,ไค ฮาเวิร์ตซ์ และ ติโม เวอร์เนอร์

ส่วนทางด้าน เบรนท์ฟอร์ด ภายใต้การคุมทีมมาเยือนของ โธมัส แฟรงค์ ผู้จัดการทีม น่าจะเลือกจัดทัพมาในระบบ 4-5-1 ตามแบบเดิมที่เคยใช้ โดยจะมี ผู้รักษาประตู เดวิด รายา กองหลัง- ริโก เฮนรี่ ,อีธาน พินน็อค ,ปอนตุส แจนส์สัน และ คริสตอฟเฟอร์ อาเจอร์ กองกลาง – โยอัน วิสซ่า , วีตาลี ยานเนล ,คริสเตียน นอร์การ์ด, คริสเตียน อีริคเซ่น และ ไบรอัน เอ็มบีอูโม่ ทิ้งหน้าเป้าตัวรุกเป็น อีวาน โทนี่ย์

บทวิเคราะห์จากทางสื่อ ให้เกมนี้คาดการณ์ว่า เชลซี เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-1 เนื่องจากดูจากฟอร์มการเล่นของเชลซี ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการเก็บชัยชนะมาได้ถึง 6 เกมติดต่อกัน ส่วนทางด้านเบรนท์ฟอร์ด ในช่วงหลังพวกเขามีฟอร์มการเล่นที่ตกลงไปจากช่วงเปิดฤดูกาล